ออม 5 ปี แล้วเงินของเราจะไปต่ออย่างไร?
ทำความรู้จัก “มันนี่ ฟิต เวลท์ตี้ 15/5 (1)” แบบประกันที่ผสานการออม ความคุ้มครอง และโอกาสรับเงินปันผลไว้ด้วยกัน แล้วมาดูกันว่าแบบนี้เหมาะกับเป้าหมายของคุณหรือไม่

มันนี่ ฟิต เวลท์ตี้ 15/5 (1) (แบบมีส่วนร่วมในเงินปันผล)

ออมสั้น 5 ปี รับเงินคืนระหว่างสัญญา พร้อมความคุ้มครองชีวิตและโอกาสรับเงินปันผล

การวางแผนการเงินที่ดี ไม่ได้หมายถึง การเก็บเงินให้ได้มากที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่คือ การจัดสรรเงินให้ตอบโจทย์ทั้ง **เป้าหมายในอนาคต ความคุ้มครองชีวิต และสภาพคล่องระหว่างทาง**

          สำหรับคนที่กำลังมองหาวิธีออมเงินที่มีกรอบระยะเวลาชัดเจน และต้องการชำระเบี้ยในระยะสั้น "มันนี่ ฟิต เวลท์ตี้ 15/5 (1) (แบบมีส่วนร่วมในเงินปันผล)" เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเป็นแบบประกันที่ ชำระเบี้ยเพียง 5 ปี แต่มี ระยะเวลาคุ้มครอง 15 ปี พร้อมรับเงินคืนระหว่างสัญญาตามเงื่อนไข และมีโอกาสได้รับเงินปันผลเพิ่มเติม

⇒ จ่ายสั้น 5 ปี คุ้มครอง 15 ปี รับเงินคืนระหว่างทาง และมีเงินก้อนเมื่อครบสัญญา ⇐

มันนี่ ฟิต เวลท์ตี้ 15/5 (1) คืออะไร?

แบบประกันนี้เป็นประกันชีวิตประเภทมีส่วนร่วมในเงินปันผล โดยมีโครงสร้างที่เน้นการออมและความคุ้มครองควบคู่กัน

 ***ชำระเบี้ยประกันภัย 5 ปี**
  ***คุ้มครอง 15 ปี**
  มีเงินคืนระหว่างสัญญาทุกปีตามเงื่อนไข
  มีเงินครบกำหนดสัญญา
  มีความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต
  มีโอกาสได้รับเงินปันผลระหว่างสัญญาและเมื่อครบกำหนดสัญญา หากมีการจ่ายและเป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทฯ
  เบี้ยประกันภัยสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

          ไทยประกันชีวิตระบุว่าแบบประกันนี้มีผลประโยชน์ที่รองรับการจ่ายตลอดสัญญาขั้นต่ำ 520% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย และความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตสูงสุด 500% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของแบบประกันและกรมธรรม์

จุดเด่นที่ทำให้แบบนี้น่าสนใจ

1. ไม่ต้องตรวจสุขภาพ และไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ

          หนึ่งในจุดเด่นที่น่าสนใจของแบบประกันนี้ คือ ไม่ต้องตรวจสุขภาพ และไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ ตามเงื่อนไขการรับประกันของบริษัทฯช่วยให้ขั้นตอน การสมัครสะดวกและง่ายขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการ วางแผนการออมควบคู่กับความคุ้มครองชีวิต

2. ชำระเบี้ยเพียง 5 ปี

         สำหรับคนที่ไม่ต้องการผูกภาระการชำระเบี้ยเป็นเวลานาน การชำระเบี้ยเพียง 5 ปีเป็นจุดเด่นที่ช่วยให้สามารถวางแผนกระแสเงินสดได้ง่ายขึ้น แต่ก่อนตัดสินใจ ควรประเมินความสามารถในการชำระเบี้ยให้ครบตามระยะเวลาที่กำหนด เพราะการทำประกันเป็นการวางแผนทางการเงินระยะยาว ไม่ควรเลือกจากผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว

3. มีเงินคืนระหว่างสัญญา

          แบบประกันนี้มีเงินคืนระหว่างสัญญาทุกปี โดยอัตราเงินคืนจะแตกต่างกันตามช่วงปีของกรมธรรม์

 ปีที่ 1–7   รับเงินคืนปีละ 4% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

 ปีที่ 8–14   รับเงินคืนปีละ 6% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

          เมื่อรวมผลประโยชน์ที่รองรับการจ่ายตามเงื่อนไขของแบบประกันตลอดสัญญา จะอยู่ที่ขั้นต่ำ 520% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

> **หมายเหตุ:** ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ดังกล่าวเป็นสัดส่วนของ "จำนวนเงินเอาประกันภัย" ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ผลตอบแทนจากเบี้ยประกันภัยที่จ่ายไป

4. มีเงินก้อนเมื่อครบกำหนดสัญญา

          เมื่อครบกำหนดสัญญา ผู้เอาประกันจะได้รับผลประโยชน์ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ โดยแบบประกันนี้มีเงินครบกำหนดสัญญาเป็นส่วนหนึ่งของผลประโยชน์ที่รับรองการจ่ายจึงสามารถนำไปเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนเป้าหมาะทาง การเงินในอนาคตได้ เช่น เงินก้อนสำหรับครอบครัว การวางแผนทรัพย์สิน หรือเป้าหมายทางการเงินอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

5. มีความคุ้มครองชีวิตควบคู่กับการออม

          นอกจากเรื่องการออมแล้ว แบบประกันยังมีความคุ้มครองชีวิต โดยบริษัทระบุว่าความคุ้มครอง "กรณีเสียชีวิต" สูงสุด 500% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ เงื่อนไขของแบบประกันและกรมธรรม์ จุดนี้ทำให้การวางแผนไม่ได้มองเพียงว่า “จะได้เงินเท่าไร” แต่ยังมองถึงการสร้างหลักประกันให้ "คนที่อยู่ข้างหลัง" ด้วย

6. มีโอกาสรับเงินปันผล

          เนื่องจากเป็นแบบประกันที่มีส่วนร่วมในเงินปันผล ผู้เอาประกันจึงมีโอกาสได้รับเงินปันผลเพิ่มเติมระหว่างสัญญาและเมื่อครบกำหนดสัญญา หากมีการจ่ายและเป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม "เงินปันผล" ไม่ใช่ผลประโยชน์ที่รับรองการจ่าย จึงไม่ควรนำมาคิดเป็นผลตอบแทนที่ได้รับแน่นอน

7. มีสิทธิลดหย่อนภาษีตามหลักเกณฑ์

          เบี้ยประกันชีวิตที่เข้าเกณฑ์สามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนการเงินและภาษีควบคู่กัน ทั้งนี้ สิทธิที่ได้รับจริงขึ้นอยู่กับเบี้ยประกันที่ชำระและเงื่อนไขทางภาษีของแต่ละบุคคล

แล้ว “เงินปันผล” คืออะไร?

จุดที่ควรทำความเข้าใจให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ คือคำว่า "แบบมีส่วนร่วมในเงินปันผล"

แบบประกันนี้เปิดโอกาสให้ผู้เอาประกันได้รับเงินปันผลระหว่างสัญญาและเมื่อครบกำหนดสัญญา  ถ้ามีการจ่ายและเป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทฯ**

ดังนั้น เงินปันผล "ม่ใช่เงินที่รับรองว่าจะได้รับแน่นอน"

การพิจารณาแบบประกันจึงควรแยกเป็น 2 ส่วน

⇒  ส่วนที่ 1ผลประโยชน์ที่รองรับการจ่ายตามกรมธรรม์

เป็นผลประโยชน์ตามเงื่อนไขของแบบประกัน เช่น เงินคืนระหว่างสัญญาและเงินครบกำหนดสัญญา

⇒  ส่วนที่ 2เงินปันผล

เป็นส่วนที่มีโอกาสได้รับเพิ่มเติม แต่ไม่รับรองการจ่าย และขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด

นี่คือเหตุผลที่ "ไม่ควร" นำเงินปันผลมารวมเป็น “ผลตอบแทนที่ได้รับแน่นอน” เมื่อนำแบบประกันไปเปรียบเทียบกับทางเลือกทางการเงินอื่น

สรุปภาพรวมแบบเข้าใจง่าย

⇒  ปีที่ 1–5
ชำระเบี้ยประกันภัยตามเงื่อนไขของแบบประกัน

⇒  ปีที่ 1–7
รับเงินคืนปีละ 4% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

⇒  ปีที่ 8–14**
รับเงินคืนปีละ 6% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

⇒  ปีที่ 15**
รับเงินครบกำหนดสัญญาตามเงื่อนไข

⇒  ตลอดสัญญา
มีความคุ้มครองชีวิต และมีโอกาสได้รับเงินปันผลหากมีการจ่ายตามเงื่อนไข

โครงสร้างนี้จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเห็น “จังหวะของเงิน” อย่างชัดเจนตั้งแต่วันที่เริ่มต้นไปจนถึงวันที่ครบกำหนดสัญญา

⇒  แบบประกันนี้เหมาะกับใคร?

มันนี่ ฟิต เวลท์ตี้ 15/5 (1) อาจเหมาะกับผู้ที่มีเป้าหมายลักษณะต่อไปนี้

√  ต้องการสร้างวินัยในการออม
√  ต้องการชำระเบี้ยในระยะเวลาสั้น 5 ปี
√  ต้องการมีเงินคืนระหว่างสัญญา
√  ต้องการความคุ้มครองชีวิตควบคู่กับการออม
√  ต้องการวางแผนเงินก้อนในอนาคต
√  ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามหลักเกณฑ์
√  ต้องการเพิ่มโอกาสรับเงินปันผลจากแบบประกันที่มีส่วนร่วมในเงินปันผล

          บริษัทระบุกลุ่มเป้าหมายของแบบประกันไว้ในลักษณะของผู้ที่ต้องการออมเงิน เพื่อความมั่นคงในชีวิต และผู้ที่ต้องการวางแผนความมั่นคงทางการเงินควบคู่กับความคุ้มครอง

แล้วใครควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนทำ?

แม้แบบประกันจะมีจุดเด่นหลายด้าน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกคน

ควรพิจารณาเพิ่มเติมหากคุณ

* ต้องการนำเงินไปลงทุนที่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงและยอมรับความผันผวนได้
* มีความจำเป็นต้องใช้เงินในระยะสั้น
* ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถชำระเบี้ยต่อเนื่องครบ 5 ปีได้
* คาดหวังว่าเงินปันผลจะได้รับแน่นอน
* ต้องการผลิตภัณฑ์ที่เน้นสภาพคล่องมากกว่าความคุ้มครองและการออมระยะยาว

เพราะประกันชีวิตไม่ควรถูกเลือกจากตัวเลขผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว แต่ควรดู **เป้าหมายทางการเงิน ความสามารถในการชำระเบี้ย ระยะเวลาที่ต้องการถือกรมธรรม์ และความคุ้มครองที่ต้องการ** ร่วมกัน

เรื่อง “ลดหย่อนภาษี” ต้องรู้อะไรบ้าง?

          เบี้ยประกันภัยของแบบประกันนี้สามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ของไทยประกันชีวิตระบุวงเงินสูงสุด **100,000 บาทต่อปี** สำหรับเบี้ยประกันชีวิตที่เข้าเกณฑ์ อย่างไรก็ตาม คำว่า “สูงสุด 100,000 บาท” ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะลดหย่อนได้ "100,000 บาทเต็มจำนวน" เพราะสิทธิที่ใช้ได้จริงขึ้นอยู่กับเบี้ยที่ชำระและหลักเกณฑ์ภาษีของแต่ละบุคคล 

ดังนั้น หากต้องการใช้แบบประกันเพื่อวางแผนภาษี ควรตรวจสอบสิทธิของตนเองก่อนตัดสินใจ

สิ่งสำคัญที่สุดก่อนตัดสินใจ

อย่าเพิ่งถามว่า ⇒  แบบนี้ได้เงินคืนเท่าไร?

แต่ควรถามให้ครบว่า

√  ฉันต้องจ่ายเท่าไร?
√  ต้องจ่ายกี่ปี?
√  เงินจะกลับมาเมื่อไร?
√  ความคุ้มครองที่ได้รับคืออะไร?
√  เงินส่วนไหนรับรอง และส่วนไหนไม่รับรอง?
√  ถ้าสถานการณ์ทางการเงินเปลี่ยน ฉันยังสามารถถือกรมธรรม์ต่อได้หรือไม่?

เมื่อได้คำตอบครบแล้ว จึงค่อยตัดสินใจว่าแบบประกันนี้เหมาะกับเราหรือไม่

เพราะการออมที่ดี ไม่ใช่แค่ได้เงินคืน

          การวางแผนการเงินที่ดี คือ การรู้ว่า "วันนี้เรากำลังจัดสรรเงินเพื่ออะไร และอีก 5–10–15 ปีข้างหน้า เงินก้อนนั้นจะมีบทบาทอะไรในชีวิต"

          มันนี่ ฟิต เวลท์ตี้ 15/5 (1) จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการ "ชำระเบี้ย 5 ปี มีเงินคืนระหว่างสัญญา มีความคุ้มครองชีวิต และมีโอกาสรับเงินปันผล" โดยผลประโยชน์ทั้งหมดต้องพิจารณาตามเงื่อนไขของแบบประกันและกรมธรรม์เป็นสำคัญ

          หากคุณกำลังมองหาแบบประกันสำหรับเป้าหมายทางการเงินของตัวเอง สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การเลือกแบบที่ “ดูคุ้มที่สุด” แต่คือการเลือกแบบที่ "เหมาะกับเป้าหมาย ความสามารถในการชำระเบี้ย และแผนชีวิตของคุณจริง ๆ"

√  สนใจดูตัวอย่างแผนให้เหมาะกับตัวคุณ?

สามารถสอบถามเพื่อให้ช่วยคำนวณตัวอย่างเบี้ยประกัน จำนวนเงินเอาประกันภัย และผลประโยชน์ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนได้

⇒  เพราะการวางแผนที่ดี เริ่มจากการเข้าใจข้อมูลก่อนตัดสินใจ  

> **หมายเหตุ:** ข้อมูลในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และประกอบการตัดสินใจเบื้องต้น รายละเอียดผลประโยชน์ ความคุ้มครอง เงินคืน เงินปันผล และเงื่อนไขต่าง ๆ ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของแบบประกันและกรมธรรม์ของบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ควรศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง