ออมเงินทั้งที ไม่ได้มองแค่ “ได้เงินเท่าไร” แต่ต้องดูว่า จ่ายเท่าไร ได้อะไรระหว่างทาง และมีความคุ้มครองอะไรให้เรา
มาทำความรู้จัก มันนี่ ฟิต เวลท์ตี้ 18/4 (มีเงินปันผล) พร้อมดูตัวเลขจริงและเงื่อนไขสำคัญก่อนตัดสินใจกัน

มันนี่ ฟิต เวลท์ตี้ 18/4 (มีเงินปันผล)
ออมสั้น 4 ปี รับเงินคืนระหว่างทาง คุ้มครองยาว 18 ปี พร้อมโอกาสรับเงินปันผล

          หากคุณกำลังมองหาประกันชีวิตที่ช่วย วางแผนการออมเงินเป็นระบบ ใช้เงินระยะสั้นในการสร้างเป้าหมายระยะยาว และยังมีความคุ้มครองชีวิต แบบประกัน มันนี่ ฟิต เวลท์ตี้ 18/4 (มีเงินปันผล) เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ

จุดเด่นสำคัญ คือ ชำระเบี้ยประกันภัยเพียง 4 ปี แต่สัญญาคุ้มครองและให้ผลประโยชน์ต่อเนื่อง 18 ปี พร้อมรับเงินคืนตามเงื่อนไขของแบบประกัน และเมื่อครบกำหนดสัญญามีเงินก้อน รวมถึงมีโอกาสได้รับเงินปันผลเพิ่มเติมตามเงื่อนไขของบริษัทฯ

จุดเด่นที่ทำให้แบบนี้น่าสนใจ

1. จ่ายเบี้ยเพียง 4 ปี แต่คุ้มครอง 18 ปี

           ไม่จำเป็นต้องผูกภาระการจ่ายเบี้ยไปตลอดระยะเวลาของสัญญา โดยแบบประกันกำหนดให้ชำระเบี้ยประกันภัย 4 ปี ขณะที่ความคุ้มครองและผลประโยชน์ของกรมธรรม์ดำเนินต่อเนื่องถึง 18 ปี จึงเหมาะกับคนที่ต้องการวางแผนการเงินล่วงหน้าและอยากกำหนดกรอบการออมให้ชัดเจน

จ่ายสั้น 4 ปี → วางแผนต่อเนื่อง 18 ปี

2. รับเงินคืน 4% ระหว่างสัญญา

          จุดนี้ช่วยให้การออมไม่ได้มีเพียง “เงินก้อนเมื่อครบสัญญา” แต่มีเงินคืนระหว่างทางตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ด้วย ผู้เอาประกันภัยมีสิทธิได้รับเงินคืน 4% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ตามกำหนดของแบบประกัน ตั้งแต่วันครบรอบปี กรมธรรม์ที่ 1–17

3. ครบกำหนดสัญญารับเงินก้อน 350%

          เมื่อครบกำหนดสัญญา ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงิน 350% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ตามเงื่อนไขของแบบประกัน เมื่อนำมารวมกับเงินคืนระหว่างสัญญา 4% × 17 ปี หรือ 68% จะเป็นผลประโยชน์ที่บริษัทฯ รับรองการจ่ายรวม 418% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย โดย ยังไม่รวมเงินปันผล

สำคัญมาก : 418% หมายถึงอะไร?

418% ไม่ใช่ผลตอบแทน 418% ของเบี้ยที่จ่าย แต่เป็นการคำนวณผลประโยชน์ที่บริษัทฯ รับรองการจ่าย โดยอ้างอิงจาก จำนวนเงินเอาประกันภัย

ตัวอย่างเช่น หากจำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท

⇒  เงินคืน 4% × 17 ปี = 68,000 บาท
⇒  เงินครบกำหนดสัญญา 350% = 350,000 บาท
⇒  รวมผลประโยชน์รับรอง = 418,000 บาท
⇒  ยังไม่รวมเงินปันผล

ดังนั้น การดูว่าแบบประกันเหมาะกับคุณหรือไม่ ควรพิจารณา เบี้ยที่ต้องชำระจริง กระแสเงินสด ระยะเวลาถือกรมธรรม์ และเป้าหมายทางการเงินของตัวเองประกอบกัน ไม่ควรดูเฉพาะตัวเลข 418% เพียงอย่างเดียว

4. มีโอกาสได้รับ “เงินปันผล” เพิ่มเติม

          นี่คืออีกหนึ่งความแตกต่างของแบบ มีเงินปันผล เมื่อครบกำหนดสัญญา ผู้เอาประกันภัย มีโอกาสได้รับเงินปันผลเพิ่มเติม ตามเงื่อนไขของแบบประกันและผลการดำเนินงานของบริษัทฯ

เงินปันผลเป็นผลประโยชน์ที่ไม่รับรองจำนวนเงิน จึงไม่ควรนำตัวเลขเงินปันผลมาใช้เป็นผลตอบแทนที่การันตี

ตัวอย่างจากตารางผลประโยชน์ที่แนบมา หากจำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท มีการแสดงตัวอย่างเงินปันผลตามสมมติฐานอัตราผลตอบแทน 3% / 4% / 5% ซึ่งเป็นเพียงตัวอย่างประกอบการพิจารณา ไม่ใช่จำนวนเงินที่รับรองว่าจะได้รับจริง

5. ความคุ้มครองชีวิตเพิ่มขึ้นตามช่วงเวลาของกรมธรรม์

นอกจากการออม แบบประกันยังมีความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต โดยจำนวนผลประโยชน์จะเพิ่มขึ้นตามปีกรมธรรม์ ได้แก่

ช่วงปีกรมธรรม์    ผลประโยชน์กรณีเสียชีวิต
ปีที่ 1                    100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
ปีที่ 2                    200%
ปีที่ 3                    300%
ปีที่ 4–18              400%

ทั้งนี้ การจ่ายผลประโยชน์เป็นไปตามเงื่อนไข ข้อยกเว้น และรายละเอียดที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ จึงไม่ได้เป็นเพียงแผนการออม แต่ยังมี ความคุ้มครองชีวิตระหว่างระยะเวลาของสัญญา เข้ามาประกอบด้วย

6. จุดเด่นที่หลายคนสนใจ: ไม่ตรวจสุขภาพ และไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ

          อีกจุดหนึ่งที่ถือว่าน่าสนใจมากของแบบประกันนี้ คือ สมัครง่าย โดยไม่ตรวจสุขภาพและไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ ตามเงื่อนไขการรับประกันของแบบประกัน

อย่างไรก็ตาม “ไม่ตรวจสุขภาพ” ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้รับการอนุมัติในทุกกรณีโดยไม่มีเงื่อนไข การรับประกันยังต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ

7. เงื่อนไขการรับประกันที่ควรรู้

ข้อมูลสำคัญจากแบบประกัน ได้แก่

⇒  อายุรับประกันภัย : 1 เดือน – 65 ปี
⇒  ระยะเวลาเอาประกันภัย : 18 ปี
⇒  ระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย : 4 ปี
⇒  จำนวนเงินเอาประกันภัยขั้นต่ำ : 50,000 บาท
⇒  ชำระเบี้ยประกันภัย : รายปี
⇒  ไม่ตรวจสุขภาพและไม่ตอบคำถามสุขภาพ ตามเงื่อนไขการรับประกัน

ข้อมูลเหล่านี้ควรตรวจสอบอีกครั้ง ณ วันที่สมัคร เนื่องจากการรับประกันและเงื่อนไขของบริษัทฯ อาจมีรายละเอียดเพิ่มเติม

8. ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพจริง

ตัวอย่างผู้เอาประกันภัย

√  เพศชาย อายุ 35 ปี

√  จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท

√  เบี้ยประกันภัย 98,000 บาทต่อปี × 4 ปี

ดังนั้น เบี้ยประกันภัยรวมตลอดระยะเวลาชำระเบี้ย คือ 98,000 × 4 = 392,000 บาท

ผลประโยชน์ที่บริษัทฯ รับรองการจ่ายตามตัวอย่าง ได้แก่

√  เงินคืน ระหว่างสัญญา 4,000 บาท × 17 ปี = 68,000 บาท

√  เงินครบ กำหนดสัญญา 350% × 100,000 บาท = 350,000 บาท

ดังนั้นผลประโยชน์รับรองรวม  68,000 + 350,000 = 418,000 บาท

และ ยังมีโอกาส ได้รับเงินปันผล เพิ่มเติม หากเป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทฯ

**ตัวอย่างนี้เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อทำความเข้าใจโครงสร้างผลประโยชน์ ไม่ใช่ข้อเสนอเฉพาะบุคคล

9. แล้ว “เงินปันผล” คำนวณอย่างไร?

          "เงินปันผลของแบบประกันนี้ ไม่ใช่จำนวนเงินที่รับรองแน่นอน" ในตัวอย่างประกอบแบบประกัน มีการแสดงจำนวนเงินปันผลภายใต้สมมติฐานอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่แตกต่างกัน เช่น

สมมติฐาน    ตัวอย่างเงินปันผล
     3%                67,800 บาท
     4%               127,300 บาท
     5%               196,370 บาท

ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่างการคำนวณ ไม่ใช่จำนวนเงินปันผลที่บริษัทฯ รับรองว่าจะจ่ายจริง

ดังนั้น หากคุณกำลังเปรียบเทียบแบบประกัน ควรแยกให้ชัดเจนระหว่าง

“ผลประโยชน์ที่รับรอง”
กับ
“ผลประโยชน์ที่ไม่รับรอง เช่น เงินปันผล”

เพื่อให้การตัดสินใจอยู่บนข้อมูลที่ถูกต้อง

10. สิทธิลดหย่อนภาษี

          เบี้ยประกันชีวิตอาจสามารถนำไปใช้เป็นสิทธิลดหย่อนภาษีได้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนดข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าสามารถใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตได้สูงสุดตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยทั่วไปเบี้ยประกันชีวิตที่เข้าเกณฑ์มีสิทธิลดหย่อนสูงสุด 100,000 บาทต่อปี แต่จำนวนสิทธิที่ใช้ได้จริงขึ้นอยู่กับเบี้ยที่ชำระและคุณสมบัติตามกฎหมายภาษีของผู้เอาประกันภัยแต่ละราย

          ไม่ควรตัดสินใจซื้อเพียงเพราะต้องการลดหย่อนภาษี แต่ควรดูว่าความคุ้มครองและรูปแบบการออมสอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินของคุณหรือไม่

11. แบบนี้เหมาะกับใคร?
เหมาะกับคนที่...

✓ ต้องการออมเงินอย่างมีวินัย
ต้องการกำหนดจำนวนเงินและระยะเวลาในการออมอย่างชัดเจน

✓ ต้องการจ่ายเบี้ยในระยะเวลาสั้น
ต้องการชำระเบี้ยเพียง 4 ปี แต่มีแผนระยะยาว 18 ปี

✓ ต้องการมีเงินคืนระหว่างทาง
แทนที่จะรอรับเงินเพียงครั้งเดียวเมื่อครบสัญญา

✓ ต้องการสร้างเงินก้อนในอนาคต
เช่น วางแผนเพื่อครอบครัว การศึกษาบุตร หรือเป้าหมายทางการเงินอื่น ๆ

✓ ต้องการความคุ้มครองชีวิตควบคู่กับการออม

✓ สนใจแบบประกันที่ไม่ตรวจสุขภาพและไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ ตามเงื่อนไขการรับประกัน

✓ ต้องการวางแผนภาษีควบคู่กับการออม หากมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์

12. ใครควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ?

          แบบประกันนี้มีระยะเวลาสัญญา 18 ปี ดังนั้นผู้ที่กำลังพิจารณาควรประเมินความสามารถในการรักษากรมธรรม์และเป้าหมายการเงินระยะยาวของตนเอง หากคุณต้องการเงินที่มีสภาพคล่องสูง สามารถถอนหรือเปลี่ยนแผนได้ตลอดเวลา แบบประกันประเภทนี้อาจไม่ใช่เครื่องมือที่เหมาะที่สุด เพราะการยกเลิกกรมธรรม์ก่อนครบกำหนดอาจทำให้ได้รับผลประโยชน์แตกต่างจากกรณีถือกรมธรรม์จนครบสัญญา

สรุป “มันนี่ ฟิต เวลท์ตี้ 18/4” ใน 1 นาที

√  จ่าย 4 ปี → คุ้มครอง 18 ปี

√  รับเงินคืน 4% ทุกปีตามเงื่อนไข ตั้งแต่ปีที่ 1–17

√  ครบสัญญา 350%

√  ผลประโยชน์รับรองรวม 418%* ของจำนวนเงินเอาประกันภัย และ ไม่รวมเงินปันผล

√  มีโอกาสรับเงินปันผลเพิ่มเติม แต่เงินปันผลเป็นผลประโยชน์ที่ไม่รับรองจำนวน

√  ความคุ้มครองชีวิตสูงสุด 400% ตามช่วงปีกรมธรรม์และเงื่อนไขของแบบประกัน

√  ไม่ตรวจสุขภาพ / ไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ ตามหลักเกณฑ์การรับประกัน

√  อาจใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

แล้วแบบนี้ “คุ้มไหม”?

คำตอบไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข 418% เพียงอย่างเดียว

สิ่งสำคัญกว่า คือ การดูว่า จำนวนเบี้ยที่คุณต้องจ่าย → สอดคล้องกับกระแสเงินสดของคุณหรือไม่

ระยะเวลา 18 ปี → ตรงกับเป้าหมายทางการเงินของคุณหรือไม่

ความคุ้มครองชีวิต → เพียงพอกับความรับผิดชอบของคุณหรือไม่

และ ผลประโยชน์ที่รับรอง + เงินปันผลที่ไม่รับรอง → ตรงกับความคาดหวังของคุณหรือไม่

เพราะประกันออมทรัพย์ที่ดี ไม่ใช่เพียงแบบที่ตัวเลขดูสูงที่สุด แต่ควรเป็นแบบที่ คุณสามารถถือได้ตามระยะเวลา และตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินของคุณจริง ๆ

สนใจดูตัวเลขให้เหมาะกับคุณ?

          หากคุณต้องการรู้ว่า “ถ้าเป็นเรา ต้องจ่ายเบี้ยเท่าไร และเมื่อครบสัญญาจะได้รับอะไรบ้าง” สามารถให้ข้อมูลอายุ จำนวนเงินที่ต้องการออม หรือเป้าหมายที่ต้องการวางแผน เพื่อให้คำนวณตัวอย่างตามความต้องการได้

หมายเหตุสำคัญ : ผลประโยชน์ เงื่อนไขการรับประกัน เงินปันผล และสิทธิประโยชน์ทางภาษี เป็นไปตามข้อกำหนดของแบบประกัน กรมธรรม์ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โปรดศึกษารายละเอียดในเอกสารเสนอขายและกรมธรรม์ก่อนตัดสินใจทำประกัน